Monday, March 3, 2014

วิธีตรวจสภาพผิวหน้าด้วยตนเอง คุณมีผิวแบบไหน

วิธีตรวจสภาพผิวหน้าด้วยตนเอง คุณมีผิวแบบไหน

สำหรับผู้หญิงทุกคนที่รักสวยรักงามแล้ว การรู้ว่าสภาพผิวของคุณเป็นแบบไหนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าจะทำให้คุณผู้หญิงใช้วิธีการบำรุงดูแลผิวที่เหมาะสม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของผิวของคุณโดยเฉพาะ สุขภาพผิวหรือชนิดผิวของคุณจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม หมายความว่าคุณจะเกิดมาพร้อมกับผิวชนิดนั้น

อย่างไรก็ตาม สุขภาพและความงามของผิวของคุณต่อไปในชีวิต ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกินและวิธีการที่คุณดูแลตัวเอง ชาวรัสเซียมีคำกล่าวว่า “ หลังจากอายุ 30  ผู้หญิงจะดูเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการที่เธอดูแลตัวเอง “ เพื่อให้ผิวของคุณดูดีเสมอ ขั้นตอนแรกคือ การตรวจสอบสภาพผิวของคุณ การที่คุณรู้ว่าผิวของคุณเป็นชนิดไหน ทำให้คุณสามารถเลือกคำแนะนำและวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ของคุณ และชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของผิว

โดยทั่วไป เราสามารถแบ่งประเภทผิวขั้นพื้นฐานออกได้เป็น 5 แบบ  ได้แก่ ผิวปกติ , ผิวแห้ง , ผิวมัน , ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย  ผิวแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะและต้องการการบำรุงดูแลที่เฉพาะเจาะจงต่างกันไป คุณจะรู้ได้ว่าคุณมีผิวแบบไหน โดยเรามีวิธีตรวจสภาพผิวหน้าด้วยตัวของคุณเองมาให้คุณได้ทดลองทำดู

เพื่อกำหนดประเภทผิวของคุณให้ใช้การทดสอบอย่างง่าย โดยใช้ทิชชู (หรือกระดาษบาง เช่น กระดาษซับมัน) ที่สะอาด เช็ดใบหน้าของคุณในตอนเช้า ทันทีเมื่อคุณตื่นขึ้นมา

1  ผิวปกติ  (Normal Skin)
ถ้าผิวของคุณเป็นผิวแบบปกติ ทิชชูหรือกระดาษจะไม่มีร่องรอยใด ๆ ของน้ำมัน ผิวของคุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวา ยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม ผิวปกติเป็นผิวชนิดที่มีปัญหาน้อยที่สุด
ผิวจะดูสะอาดและเรียบเนียน มีการไหลเวียนของเลือดที่ดีและมีสุขภาพดี  ถึงแม้จะมีการดูแลไม่มากนัก ผิวก็จะดูดีแม้อายุของคุณจะมากขึ้น

2  ผิวแห้ง  (Dry Skin)
ถ้าคุณเป็นคนผิวแห้ง กระดาษก็จะสะอาด ไม่มีรอยน้ำมันเช่นกัน แต่คุณจะรู้สึกว่าผิวหน้าของคุณตึง ไม่ยืดหยุ่น อาจจะแห้งและเป็นขุย หรืออาจรู้สึกเป็นสะเก็ด หลังจากที่คุณใช้ทิชชูเช็ดบริเวณนั้น
ผิวแห้งมักจะไม่มีปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง แต่มีแนวโน้มค่อนข้างมากที่จะเกิดริ้วรอยและการระคายเคืองได้ง่าย ผิวแห้งอาจจะดูดีเมื่อคุณยังสาวอยู่ แต่เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดีและชะลอการเกิดริ้วรอย คุณควรให้การดูแลอย่างสม่ำเสมอ และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภท moisturizers เป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการสูญเสียน้ำจากผิวของคุณ

3  ผิวมัน  (Oily Skin)
หากสภาพผิวของคุณเป็นคนที่มีผิวมัน  กระดาษจะมีจุดของน้ำมันบนใบหน้าที่สอดคล้องกับพื้นที่ของแก้ม จมูก และหน้าผากทั้ง 3 จุดบนใบหน้า ผิวมันเป็นผิวชนิดที่อาจมีปัญหาได้มาก อาจจะมีลักษณะผิวหยาบและเป็นมันเงา มีรูขุมขนกว้าง และมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวได้ง่าย
ข้อดีของผิวมันก็คือ เป็นผิวชนิดที่มีแนวโน้มน้อยมากที่จะดูมีอายุ เหี่ยวย่น และเกิดริ้วรอย การทำความสะอาดผิวอย่างระมัดระวัง ลดการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต จะมีประโยชน์ในการปรับปรุงคุณภาพของผิวมัน

4  ผิวผสม  (Combination Skin)
ถ้าผิวคุณคือผิวผสม เหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่ ทิชชูก็จะมีร่องรอยของน้ำมันที่มาจากจมูกและหน้าผากของคุณ แต่จะมีความสะอาดในพื้นที่ที่ได้สัมผัสแก้มของคุณ
ผิวผสมมีลักษณะของผิวแห้งและผิวมันทั้งสองแบบ และแน่นอนว่าผิวผสมต้องการการบำรุงดูแลที่แตกต่างกันสำหรับส่วนต่างๆบนใบหน้า
โซนผิวแห้ง ซึ่งปกติจะอยู่บนแก้มและรอบดวงตา ควรได้รับการบำรุงด้วยครีมที่มีคุณสมบัติในการเก็บกักน้ำไว้ในชั้นผิวและผลิตภัณฑ์ประเภท moisturizers  ขณะที่พื้นที่ผิวมันซึ่งปกติจะเป็นที่บนหน้าผากและจมูก  ควรจะได้รับการทำความสะอาดอย่างละเอียดอ่อนและบ่อยครั้ง...

5  ผิวแพ้ง่าย  (Sensitive Skin)
ผิวที่บอบบางโดยปกติจะแห้งมาก และมีแนวโน้มที่จะรู้สึกผิวตึง ผิวอาจจะอักเสบและระคายเคืองได้อย่างง่ายดาย โดยปกติผิวที่บอบบางมักจะเกิดรอยแดงและผิวเป็นขุย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคันและมีแนวโน้มที่จะเกิดเป็นจุดบนใบหน้า ผิวแพ้ง่ายเป็นชนิดที่มีปัญหาและเปราะบางมากที่สุด เป็นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษอย่างมาก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผิวประเภทนี้ต้องเลือกใช้อย่างระมัดระวัง
หลังจากที่ได้ทดสอบและรู้ว่าสภาพผิวของตัวคุณเป็นแบบไหนแล้ว เพื่อให้สภาพผิวของคุณดูดีและสวยงามอ่อนเยาว์อยู่เสมอก็คงจะต้องพึ่งพาการดูแลและบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละประเภท รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณเพื่อคงความงามของผิวพรรณไว้อย่างยาวนาน

แปลและเรียบเรียงโดย www.thaibeauty2you.com

Wednesday, January 9, 2013

วิทยาศาสตร์ ทรานสเฟอร์ซูติคอล (Transferceutical Science) คืออะไร?


ในปี 1998 4ไล้ฟ์เริ่มต้นการเปิดเผยนวัตกรรมในโลกของวิทยาศาสตร์ภูมิคุ้มกัน  สิ่งนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อผู้ก่อตั้ง 4ไล้ฟ์ เดวิด และเบียงก้า ลิซันบี ได้รับสิทธิบัตรการสกัดโมเลกุลที่ใช้ในการถ่ายทอดข้อมูลที่พบได้ภายในร่างกายของเรา-ที่เราเรียกกันว่า "ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ (Transfer Factor)"
     การเปิดตัวของ 4ไล้ฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ คลาสสิค มีความหมายมาก  ซึ่งหมายถึงการเปิดประตูสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยดูแลทางด้ายระบบภูมิคุ้มกัน  ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ไม่ใช่วิตามิน, เกลือแร่ หรือสมุนไพร ที่ให้สารอาหารกับร่างกายของเรา  โดยความเป็นจริงแล้ว ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ช่วยถ่ายทอดความรู้ของระบบภูมิคุ้มกันจากสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ไปสู่สิ่งมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งนั่นเอง
     คำมั่นสัญญาที่มีมาอย่างต่อเนื่องของเดวิดที่มีต่องานวิจัยของ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ และการทำงานของภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสมได้ขับเคลื่อนทีมนักวิทยาศาสตร์ของเราในการต่อยอดของการค้นพบ  ซึ่งก้าวหน้าขึ้นอย่างมากทางด้านมาตรฐานของการเสริมสุขภาพภูมิคุ้มกัน  ในโลกสมัยปัจจุบัน  การเดินทางที่วิเศษสุดนี้  ปัจจุบันไปส่งผลต่อไปยังวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก  ซึ่งสมควรจะถูกจัดเป็นกลุ่มเฉพาะ และกลุ่มนั้น คือ:
     วิทยาศาสตร์ ทรานสเฟอร์ ซูติคอล (Transferceutical Science) : การวิจัยและพัฒนาของผลิตภัณฑฺ์ ซึ่งถ่ายทอดความเฉลียวฉลาดทางด้านภูมิคุ้มกัน ไปยังร่างกายของคุณและให้ความรู้กับระบบภูมิคุ้มกันของคุณในการรับรู้, ตอบสนอง และจดจำ (Recognize, Respond to and Remember) ต่อสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่พร้อมจะทำร้ายร่างกายของคุณ
     วันนี้ผลิตภัณฑ์ ทรานสเฟอร์ซูิติคอล (Transferceutical Products) ของครอบครัว 4ไล้ฟ์ ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง  สำหรับการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันที่มีให้กับคนทั่วโลก และเราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น  ขณะที่เราเคลื่อนที่ไปข้างหน้า  ยัะงไม่มีใครบอกได้ว่าเราจะค้นพบอะไรอีกในอนาคตอันใกล้  ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาจจะมีขึ้นอีกก็เป็นได้  หรืออีกกี่ชีวิตของคนในรุ่นต่อๆ ไป ที่จะได้รับการเสริมสุขภาพ ผ่านการพัฒนาต่อไปของวิทยาศาสตร์ ทรานสเฟอร์ ซูติคอล (Transferceutical Science)
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเดินทางของ 4ไล้ฟ์ ผ่านวิทยาศาสตร์ ทรานสเฟอร์ซูติคอล (Transferceutical Science)
     - การผสมผสานของสูตรทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ดั้งเดิม ของ 4ไล้ฟ์ จากนมน้ำเหลืองของวัว (Cow Colostrum) กับส่วนประกอบต่างๆ ที่ช่วยยกระดับสุขภาพภูมิคุ้มกันในผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ พลัส ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า
     - การสกัดทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ จากไข่แดงของไก่ (Chicken Egg Yolks) ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร
     - การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีของสูตรทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ กลุ่มเป้าหมาย (Targeted Transfer Factor)
     - การผสมผสานที่ก้าวหน้าของทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ที่ได้มาจากนมน้ำเหลืองของวัว (Cow Colostrum) กับไข่แดงของไก่ (Chicken Egg Yolks) เป็น Transfer Factor E-XF
     - ผลการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ 4ไล้ฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ เพิ่มการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันได้สูงถึง 437%
     - สิทธิบัตรที่ได้รับการปกป้องสำหรับเทคนิคการผสมผสานที่พิเศษสุด
     - ผลิตภัณฑ์ทรานสเฟอร์แฟกเตอร์ประเภทเครื่องดื่มชนิดแรกของโลกคือ 4ไล้ฟ์ ทรานสเฟอร์ แฟกเตอร์ ริโอวิด้า ไตร-แฟกเตอร์ ฟอร์มูล่า
     - การค้นพบพลังของระบบภูมิคุ้มกันที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำนั้นคือโมเลกุลนาโน แฟกเตอร์ (Nano Factor)
     - การผสมผสานในการทำงานร่วมกันของนมน้ำเหลืองของวัว (Cow Colostrum) กับไข่แดงของไก่ (Chicken Egg Yolks) และนาโน แฟกเตอร์ (Nano Factor) รวมกันเป็นสูตรไตร-แฟกเตอร์ (Tri-Factor Formula)